เลี้ยงลูกแบบ 2 ภาษาอย่างไร ให้ลูกพูดภาษาอังกฤษได้ตั้งแต่เด็ก เคล็ดลับให้คุณพ่อคุณแม่แบบง่ายๆที่นี่

วิธีเริ่มต้นเลี้ยงลูกแบบ 2 ภาษา

วิธีเริ่มต้นเลี้ยงลูกแบบ 2 ภาษา

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้ภาษาอังกฤษเป็นหนึ่งในภาษาที่ใช้มากที่สุดทั่วโลก คุณพ่อคุณแม่จึงมักวางแผนเตรียมความพร้อมให้ลูกตั้งแต่เนิ่น ๆ ภาษาไทยเป็นภาษาแม่ที่เด็กจะเริ่มเรียนรู้ในการพูดและใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน 

แต่การเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยการเตรียมความพร้อมให้ลูกพูดภาษาอังกฤษเป็นตั้งแต่เด็กนับว่าเป็นเรื่องดี เพราะสมองของเด็กในช่วงวัยหัดเดินจนถึงอนุบาลมีความยืดหยุ่น และตอบสนองดีต่อการเรียนภาษา วิธีการเริ่มต้นเลี้ยงลูกแบบ 2 ภาษาจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป การพูดภาษาอังกฤษกับลูกทุกวันจะทำให้ลูกเคยชินกับภาษาอังกฤษ และพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษได้ดี ดังนั้นหากอยากให้ลูกพูดได้ 2 ภาษา เริ่มต้นด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ ดังนี้

เลี้ยงลูกแบบ 2 ภาษาอย่างไร ให้ลูกพูดภาษาอังกฤษได้แต่เด็ก

เทคนิคไม่ลับในการเลี้ยงลูกแบบ 2 ภาษา เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วย 5 ข้อ ต่อไปนี้

1. อ่านหนังสือนิทานเป็นภาษาอังกฤษให้ลูกฟัง

การเล่านิทานก่อนนอนให้ลูกฟังทุกคืน นอกจากเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างลูกกับพ่อแม่แล้ว ยังช่วยส่งเสริมทักษะด้านภาษาและทักษะการเรียนรู้ของลูกด้วย คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้เวลาสั้น ๆ ทุกคืนก่อนนอนในการสอนภาษาอังกฤษ โดยเล่านิทานสั้น ๆ ให้ลูกเคยชินกับภาษา และกระตุ้นให้ลูกหัดพูดคำศัพท์ง่าย ๆ ที่ได้ยินบ่อย กิจกรรมนี้ช่วยฝึกทั้งทักษะการฟังและการพูด ทั้งยังส่งเสริมจินตนาการให้ลูกอีกด้วย

2. เล่นเกม

ความสนใจของเด็กเล็กมักจะสั้นกว่าผู้ใหญ่ และนั่นคือเรื่องปกติ การเล่นเกมที่ใช้ภาษาอังกฤษจะช่วยส่งเสริมทักษะการพูด ฟัง และการเข้าสังคม โดยเกมสนุก ๆ ที่เข้าใจง่าย สามารถสร้างแรงจูงใจให้ลูกอยากฝึกฝนภาษาอังกฤษ ทั้งยังกระตุ้นทำให้ลูกอยากรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มด้วยเช่นกัน ดังนั้นการหาเกมที่ลูกชอบและเล่นกับเขาโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง จึงเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะรอบด้านให้เหมาะสมกับวัย

3. เล่นบทบาทสมมติ

บทบาทสมมติ (Role play) เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมจินตนาการและทักษะการเข้าสังคมของเด็ก เด็กจะพัฒนาความเข้าใจด้านการสื่อสารและบริบทของสถานการณ์คร่าว ๆ ได้จากการเล่นบทบาทสมมติ คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้โอกาสนี้ในการฝึกให้ลูกพูดภาษาอังกฤษได้ โดยการสอนคำศัพท์ง่าย ๆ ผ่านการเล่นบทบาทสมมติ ตัวอย่างเช่น คุณพ่อคุณแม่อาจเล่นเป็นลูกค้า และให้ลูกเป็นเชฟทำอาหารให้รับประทาน โดยเน้นศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการทำอาหาร เพียงเท่านี้คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้โอกาสนี้ฝึกให้ลูกพูดภาษาอังกฤษตามสถานการณ์ต่างๆ เพื่อสร้างความเคยชินให้แก่ลูกได้ง่าย ๆ  

4. เปิดเพลงภาษาอังกฤษให้ลูกฟัง

หนึ่งในวิธีการเรียนภาษาให้ได้ผลดีคือการนำภาษานั้นไปใช้ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้แล้ว การฟังภาษานั้นบ่อย ๆ ทำให้สมองเกิดความเคยชิน และเรียนรู้ภาษานั้นได้ง่ายขึ้น โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถเปิดเพลงภาษาอังกฤษสนุก ๆ และให้ลูกร้องคลอตามได้ หรือแม้กระทั่งฝึกพูด ฝึกออกเสียงจากเนื้อเพลง การฟังเพลงภาษาอังกฤษเป็นประจำจะทำให้ลูกเคยชินกับภาษาอังกฤษ และสร้างพื้นฐานที่ดีในการเรียนภาษาอังกฤษในอนาคต

 

5. ตั้งช่วงเวลาที่จะสอนภาษาอังกฤษให้ลูกในแต่ละวัน

การบีบบังคับหรือการสอนภาษาอังกฤษให้ลูกมากเกินไปไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน เพราะลูกจะเกิดความเบื่อหน่าย และไม่ชอบภาษาอังกฤษ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรกำหนดเวลาในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เช่น ใช้เวลาฝึกพูดภาษาอังกฤษวันละ 5-10 นาทีสำหรับเด็กเล็ก และค่อย ๆ ขยายเวลาในการทำกิจกรรมที่ลูกสนใจโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง เช่น การเล่นเกม หรือ การเล่านิทาน เป็นต้น

ความเชื่อที่ว่า การเลี้ยงลูกแบบ 2 ภาษาไม่ดี จริงหรือ?

ความเชื่อที่ว่าการเลี้ยงลูกแบบ 2 ภาษา จะทำให้เด็กเรียนรู้ช้า และสมองเติบโตช้านั้นไม่เป็นความจริง โดยมีงานวิจัยหลายชิ้นที่ทำการศึกษาผลของการเลี้ยงลูกแบบ 2 ภาษา และพบว่าการเลี้ยงลูกแบบ 2 ภาษานั้นจะทำให้เด็กมีพัฒนาการของสมองที่กว้างกว่าเด็กที่เลี้ยงแบบภาษาเดียว เนื่องจากทักษะการใช้ภาษาที่มากกว่า รวมทั้งเด็กจะสามารถเรียนรู้ความแตกต่างของบริบททางวัฒนธรรมได้ผ่านภาษาที่แตกต่างกัน ทำให้เด็กที่ถูกเลี้ยงดูแบบ 2 ภาษานั้น มีการปรับตัวได้ดีกว่าทั้งด้านของการเรียนรู้และการพัฒนาด้านภาษา 

ดังนั้นการเรียน การสอนลูกให้พูดภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็กนั้นถือว่าเป็นเรื่องดี และสร้างผลระยะยาวที่ดีแก่ลูก ทำให้เด็กเกิดความคุ้นชินในการสื่อสาร ไม่กลัวที่จะลองพูดภาษาใหม่ๆ หรือแม้กระทั่งฝึกทักษะอื่น ๆ นับเป็นการเปิดโลกกว้างให้เด็กเริ่มสื่อสารได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกจับผิด

สรุป

การเลี้ยงลูกแบบ 2 ภาษาจึงเป็นเรื่องดี เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยเตรียมความพร้อมให้กับลูกก่อนเข้าเรียนในโรงเรียนได้ เด็กที่คุ้นชินกับภาษาอังกฤษตั้งแต่เล็กมักจะพัฒนาทักษะทางภาษาได้ดีกว่า รวมถึงยังมีความกล้าแสดงออก กล้าพูดภาษาอังกฤษได้มากกว่า เมื่อลูกโตพอที่ถึงวัยเข้าโรงเรียนได้ คุณพ่อคุณแม่อาจพิจารณาให้ลูกเข้าเรียนที่โรงเรียนนานาชาติ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะของลูกให้เป็นเด็กที่สามารถสื่อสาร 2 ภาษาได้อย่างต่อเนื่อง โรงเรียนนานาชาติ PBISS นับว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดในประเทศไทย ด้วยการนำหลักสูตรการศึกษามาตรฐานระดับโลกอย่าง Cambridge และหลักสูตร STEM+ มาผสานเข้าด้วยกันเพื่อออกแบบให้ตอบโจทย์กับความต้องการที่หลากหลายของเด็กต่างช่วงอายุ สามารถพัฒนาการเรียนรู้ของพวกเขาได้อย่างถูกจุดและดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเด็ก ๆ ออกมา คุณพ่อคุณแม่จึงมั่นใจได้ว่า การส่งลูกเข้าเรียนที่โรงเรียนนานาชาติ PBISS จะช่วยพัฒนาศักยภาพของลูกได้อย่างเต็มที่ เพราะโรงเรียนได้ออกแบบการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคน ให้พวกเขามีความมั่นใจและสามารถวางเส้นทางเพื่อการต่อยอดในอนาคตได้

Read in:ENTH