10 วิธีการพูดคุยกับลูกอย่างเข้าใจ ช่วยให้ลูกเปิดใจให้พ่อแม่มากขึ้น

Article 04

Article 04

การพูดคุยกับลูกในแต่ละช่วงวัยมีความแตกต่างกัน ซึ่งหนึ่งในวัยเป็นช่วงวัยที่ว้าวุ่นและวุ่นวาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ ร่างกาย และฮอร์โมน ในช่วงวัยนี้คุณพ่อคุณแม่อาจพบว่าเป็นเรื่องยากที่จะพูดคุยกับลูก ลูกอาจมีอารมณ์ฉุนเฉียวกว่าปกติ หงุดหงิดง่าย ใจร้อน และพูดคุยกับพ่อแม่ไม่เข้าใจ ซึ่งอาจทำให้ช่องว่างระหว่างวัยชัดขึ้น และสร้างระยะห่างในความสัมพันธ์ ทำให้คุณพ่อคุณแม่และลูกอาจมีเรื่องผิดใจกันได้

การแสดงออกถึงความฉุนเฉียวและหงุดหงิดง่ายของลูกเป็นเรื่องปกติเมื่อเขาก้าวเข้าสู่วัยรุ่น ทั้งนี้วัยรุ่นแต่ละคนจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไป คุณพ่อคุณแม่จึงควรพยายามเข้าใจ และใช้หลักจิตวิทยาในการคุยกับลูก เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนให้ลูกสามารถพัฒนาก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี

วิธีทำให้ลูกพูดคุยกับพ่อแม่อย่างเปิดใจ

การคุยกับลูกอย่างเข้าใจ ช่วยให้ลูกเปิดใจได้อย่างไร

คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้หลักจิตวิทยาในการพูดคุยกับลูกได้ ดังนี้

1.เคารพตัวตน

วัยรุ่นเป็นช่วงวัยที่กำลังสร้างความเป็นตัวตนและเรียกหาความมีอิสระในการแสดงความเป็นตัวของตัวเอง คุณพ่อคุณแม่จึงควรเคารพการตัดสินใจของพวกเขา ให้พื้นที่ในการลองผิดลองถูก รวมถึงให้อิสระแก่ลูกในการสำรวจตัวตนของเขา 

2. ตั้งใจฟังลูก

Active listening เป็นทักษะที่จำเป็นในการพูดคุยกับลูก การฟังลูกอย่างตั้งใจ ใส่ใจทุกคำพูดและอารมณ์ความรู้สึกของลูก รวมทั้งไม่ด่วนสรุปจะทำให้ลูกวางใจที่จะพูด และเปิดใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้ง่ายมากขึ้น

3. แสดงความเข้าใจและไม่ด้อยค่าความรู้สึกของลูก

บางครั้งวัยรุ่นอาจจะแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดมากกว่าปกติ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจไม่เข้าใจ แต่นั่นไม่เป็นไร คุณพ่อคุณแม่แค่แสดงความเข้าอกเข้าใจ และไม่ด้อยค่าหรือเพิกเฉยต่อความรู้สึกหรือประสบการณ์ของลูกก็เพียงพอแล้ว

4. การเลือกใช้คำพูดกับลูก

บางครั้งคุณพ่อคุณแม่เป็นห่วงลูก แต่พูดออกไปได้ไม่ดี และกลายเป็นการกล่าวหาลูกแทน เช่น “ลูกกำลังทำเรื่องงี่เง่า” ลองเปลี่ยนมาพูดเป็น “แม่เป็นห่วงลูกนะ” แทน แล้วคุณพ่อคุณแม่จะพบว่า ท่าทีของลูกจะเปลี่ยนไปทันที

5. เคารพความเป็นส่วนตัว

วัยรุ่นหวงแหนพื้นที่ส่วนตัวมาก แม้คุณพ่อคุณแม่จะเป็นห่วงและต้องการรู้ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับลูกบ้าง คุณพ่อคุณแม่ก็ยังคงต้องเคารพพื้นที่ส่วนตัวของลูกอยู่ เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัยและเชื่อใจให้แก่ลูก

ตั้งใจรับฟังปัญหาของลูกอย่างไร้อคติ

6.อดทนต่อการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์

วัยรุ่นเป็นวัยที่ฮอร์โมนพลุ่งพล่าน และไม่ใช่เรื่องผิดปกติเลยที่วัยรุ่นจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวเป็นพิเศษ คุณพ่อคุณแม่จึงควรพยายามอดทนและเข้าใจอารมณ์ที่เปลี่ยนไปมาของลูก

7. หลีกเลี่ยงการสั่งสอน

วัยรุ่นไม่ชอบการถูกสั่งสอน แม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายผิดก็ตาม คุณพ่อคุณแม่จึงควรพูดคุยเปิดใจกับลูกแทนการสั่งสอน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความรู้สึก และร่วมกันหาพื้นที่ตรงกลางที่อยู่ร่วมกันได้

8. ลดการชี้นิ้วสั่ง แต่แนะนำแนวทางให้ลูกแทน

แทนที่จะบอกให้ลูกทำอย่างนั้นอย่างนี้ คุณพ่อคุณแม่ลองเปลี่ยนวิธีมาสนับสนุนและแนะนำแนวทางให้พวกเขาแทนจะดีกว่า เพราะวัยรุ่นชอบที่จะมีอิสระในความคิด ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรช่วยให้ลูกได้มีโอกาสคิดพิจารณาและตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ด้วยตัวเอง

9. หัดให้ลูกแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง

วัยรุ่นต้องเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาด้วยตนเองแม้ว่าคุณพ่อคุณแม่อยากจะช่วยแก้ปัญหาให้ก็ตาม การถามคำถามและนำเสนอแง่มุมต่าง ๆ เกี่ยวกับปัญหาจะช่วยให้ลูกได้พัฒนาทักษะการแก้ปัญหา และมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

10.สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร

การสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร เช่น การมีพื้นที่ปลอดภัย หรือการที่คุณพ่อคุณแม่ชมลูกเมื่อพวกเขาทำเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ สำเร็จเป็นเรื่องดีกว่าการติเตียน ลูกจะรู้สึกปลอดภัยและวางใจ กล้าที่จะพูดเปิดใจกับคุณพ่อคุณแม่มากกว่า เพราะเขาไม่กลัวที่จะถูกตำหนิ

ทำกิจกรรมร่วมกัน ใช้เวลากับลูกให้มากๆ เพื่อให้ความสัมพันธ์สนิทสนมกัน

กิจกรรมร่วมกับลูก เพื่อความเชื่อใจในครอบครัว

นอกจากการใช้เทคนิคทางจิตวิทยาในการคุยกับลูกแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถเพิ่มความเชื่อใจในครอบครัว ด้วยการทำกิจกรรมร่วมกับลูก เช่น

1.รับประทานมื้ออาหารด้วยกัน

คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้โอกาสนี้เพื่อพูดคุยกับลูก ถามเรื่องราวต่าง ๆ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ได้

2.เล่นเกมด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็นบอร์ดเกม การ์ดเกม หรือวิดีโอเกม ก็ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัวได้ทั้งสิ้น

3.ดูภาพยนตร์หรือซีรีส์ด้วยกัน

เลือกภาพยนตร์ที่เหมาะสำหรับทุกวัยที่ทุกคนสนุกร่วมกันได้ และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับพล็อตหรือตัวละครหลังจากดูจบก็นับว่าเป็นกิจกรรมในครอบครัวที่ดี

4.ทำอาหารด้วยกัน

การทำอาหารจะทำให้ทุกคนได้ใช้เวลาร่วมกัน พูดคุยกัน และช่วยเหลือกันภายในพื้นที่จำกัด ช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ในครอบครัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ

5. ออกไปเที่ยวข้างนอกด้วยกัน

การปั่นจักรยาน ปีนเขา หรือปิกนิก เป็นทั้งการพักผ่อนหย่อนใจและการใช้เวลาร่วมกับครอบครัว การเปลี่ยนบรรยากาศก็ช่วยทำให้ทั้งลูกและคุณพ่อคุณแม่ผ่อนคลายจากความจำเจเดิม ๆ ทำให้ลูกรู้สึกเชื่อใจที่จะพูดคุยเปิดใจมากขึ้น

สรุป

วัยรุ่นเป็นวัยที่ต้องการทั้งความเชื่อใจและความเป็นส่วนตัว ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถใช้หลักจิตวิทยาในการพูดคุยกับลูก และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เขาได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างดี โรงเรียนก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีบทบาทในการพัฒนาตัวตนและศักยภาพของลูก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรพิจารณาเลือกโรงเรียนที่ดีที่สุดเพื่อให้ลูกได้พัฒนาศักยภาพรอบด้าน โรงเรียนนานาชาติ PBISS เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งโรงเรียนนานาชาติ PBISS เปิดสอนนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ตั้งแต่อายุ 11-18 ปี ด้วยการผสานหลักสูตรระดับโลกอย่าง Cambridge และ STEM+ ที่มุ่งเน้นพัฒนาทั้งความสามารถเฉพาะตัวและความสามารถด้านวิชาการของนักเรียน โรงเรียนนานาชาติ PBISS ได้ออกแบบโปรแกรมที่ให้ความสำคัญกับผู้เรียนเป็นหลักเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักเรียนแต่ละคน นอกจากนี้ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาจะได้เข้าเรียนโปรแกรม IGCSE และ Cambridge Advanced เพื่อเตรียมความพร้อมในการสอบ A-level และเข้ารับการทดสอบ Cambridge Progression Tests และ Cambridge Checkpoint tests ในวิชาต่าง ๆ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาที่นี่จึงได้รับทั้งความรู้ในห้องเรียนและนอกห้อง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้ามหาวิทยาลัยและประกอบอาชีพในอนาคต

Read in:ENTH
10 วิธีการพูดคุยกับลูกอย่างเข้าใจ ให้ลูกเปิดใจให้พ่อแม่มากขึ้น | PBISS