10 เทคนิคสอนลูกเขียนหนังสือ เสริมพัฒนาการ และกล้ามเนื้อมัดเล็ก

Article 07

Article 07

เมื่อเด็กทารกในวันนั้นได้โตมากลายเป็นวัยเตาะแตะหัดเดินในวันนี้ มือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างเริ่มซุกซนอยากหยิบจับวาดเขียนแทบไปเสียทุกอย่าง และนั่นคือหนึ่งสิ่งที่แสดงว่าพัฒนาการของลูกน้อยนั้นพัฒนาอย่างสมวัยตามลำดับขั้น เด็กในวัยหัดขีดเขียนเพิ่งจะเริ่มใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก และการหยิบจับดินสอของลูกอาจจะยังไม่มั่นคงมากนัก แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลไป เพราะนั่นเป็นเรื่องปกติ คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยสอนลูกเขียนหนังสือให้เก่งขึ้นได้ด้วย 10 วิธี ที่เราได้รวบรวมไว้ในบทความนี้

ท่าทางการจับดินสอของเด็กในแต่ละช่วงวัย

สอนลูกเขียนหนังสือ ช่วงอายุเท่าไหร่ดี

พัฒนาการการเคลื่อนไหวของเด็กจะเริ่มจากกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว และพัฒนาจากกล้ามเนื้อที่อยู่ใกล้ส่วนแกนกลางก่อนกล้ามเนื้อที่อยู่ส่วนปลาย เช่น กล้ามเนื้อแขนของเด็กเล็กจะพัฒนาก่อนกล้ามเนื้อมัดเล็กในมือ ดังนั้นจึงมีช่วงอายุที่แนะนำในการเริ่มสอนให้ลูกเขียนหนังสือ เพราะจะเป็นช่วงอายุที่กล้ามเนื้อมัดเล็กมีการพัฒนา คุณพ่อคุณแม่สังเกตได้จากลักษณะการหยิบจับของเล่น เพราะลูกน้อยจะเริ่มหยิบของเล่นด้วยท่าทางที่หลากหลายมากขึ้น ใช้จำนวนนิ้วน้อยลง หรืออาจเปลี่ยนจากการกำมือ เป็นการใช้แค่สามนิ้ว (นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง) หยิบของเล่นเท่านั้น หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าลูกใช้มือคล่องมากขึ้นแล้ว อาจเริ่มสอนลูกเขียนหนังสือได้

ในช่วงอายุ 2-3 ปี วิธีการสอนลูกเขียนหนังสือที่แนะนำ คือการวาดเขียนสีเทียน หรือปากกาหัวใหญ่ เพราะกล้ามเนื้อมัดเล็กของลูกยังไม่แข็งแรงมากพอที่จะจับดินสอ หรือปากกาขนาดเล็กได้ การควบคุมนิ้วมือยังทำงานประสานกันได้ไม่เต็มที่ ในช่วงนี้ลูกมักจะใช้ข้อมือเคลื่อนไหวเพื่อขีดเขียนเป็นหลัก ขณะที่ในช่วงอายุ 3-4 ปี ลูกจะเริ่มวาดรูปร่างพื้นฐานง่าย ๆ เช่น วงกลม สี่เหลียม สามเหลี่ยม และเริ่มหัดจับดินสอไม้ได้บ้าง คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มฝึกเขียนหนังสือได้ในช่วงอายุนี้

วิธีการสอนลูกเขียนหนังสือ ทำได้ไม่ยาก

นอกจากอายุ และพัฒนาการของลูกจะเป็นสิ่งสำคัญในการกำหนดลักษณะการหัดเขียนหนังสือแล้ว ยังมี 10 วิธี ที่คุณพ่อคุณแม่นำไปใช้เพื่อสอนลูกเขียนหนังสือได้อีกด้วย ไปดูกันเลย

1. Posture

เพราะกล้ามเนื้อพัฒนาจากส่วนที่ใกล้แกนกลาง (proximal) สู่กล้ามเนื้อส่วนที่ไกลจากแกนกลาง (distal) ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกนั่งเขียนหนังสือได้ ต้องฝึกการทรงตัวของลูกให้ดีก่อน ซึ่งรวมไปถึงการทรงตัวทั้งในขณะอยู่นิ่งและเคลื่อนไหว

2.Proximal Control

กล้ามเนื้อส่วนที่ใกล้แกนกลางจะพัฒนาก่อน คุณพ่อคุณแม่จึงควรฝึกให้ลูกเคลื่อนไหวไหล่และแขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะเอื้อให้กล้ามเนื้อมัดเล็กในมือพัฒนาได้อย่างเต็มที่ และไม่ส่งผลเสียขณะฝึกเขียนหนังสือ

3.Crossing midline

การเคลื่อนไหวข้ามลำตัวเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต้องมีก่อนการหัดเขียนหนังสือ เพราะเป็นการฝึกการทำงานประสานสัมพันธ์กันระหว่างตาและมือ ทักษะนี้ฝึกได้ด้วยการทำกิจกรรม เช่น โยนรับลูกบอลทิศทางต่าง ๆ

สอนลูกเขียนหนังสือทำได้ไม่ยาก หากมีการฝึกฝนทั้ง 10 ท่าทางการเขียน

4.Bilateral movement

นอกจากนี้ลูกควรเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อทั้งสองข้างได้อย่างพร้อมเพรียงกัน สามารถใช้มือทั้งสองข้างได้อย่างดี และเด็กมักจะเริ่มแสดงมือข้างที่ถนัดออกมา เมื่ออายุประมาณ 2-3 ปี ซึ่งการฝึกทักษะนี้ทำได้ด้วยการนวดแป้ง หรือปั้นดินน้ำมัน

5.Visual perception and Visual motor integration

การเขียนหนังสือจำเป็นต้องใช้การทำงานของตา ซึ่งรวมถึงการ รับ-ประมวล-แปลสัญญาณ ลูกควรจะรู้จักและทำความเข้าใจสิ่งเร้าทางสายตา คุณพ่อคุณแม่ฝึกทักษะนี้ได้ด้วยการให้ลูกดูรูปทรงพื้นฐาน เช่น เส้นตรง สามเหลี่ยม วงกลม และดูรูปตัวอักษรต่าง ๆ ได้

6. In hand manipulation

กล้ามเนื้อมัดเล็กมีบทบาทสำคัญในการหยิบจับวัตถุ ถ้าลูกน้อยมีทักษะนี้ดี ก็จะจับดินสอได้อย่างมั่นคงและไม่เมื่อยแขน ลักษณะการหยิบจับของเล่นในท่าทางต่าง ๆ จะช่วยส่งเสริมทักษะนี้ รวมถึงการให้ลูกหยิบของชิ้นเล็ก เช่น เหรียญ ลูกปัด หมุนฝาขวดน้ำ รวมถึงฝึกปรับตำแหน่งดินสอขึ้นลง เป็นต้น

7.Kinesthesia

การรับรู้น้ำหนักของวัตถุในมือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้ลูกกะน้ำหนักในการเขียนได้ ซึ่งการรับรู้ถึงน้ำหนักของข้อต่อนี้สามารถฝึกได้ด้วยการใช้นิ้วลากเส้นประ แล้วใช้ดินสอเขียนตามอีกครั้ง หรือใช้นิ้วเขียนตัวอักษรในอากาศ เป็นต้น

8. Motor planning

เป็นอีกหนึ่งทักษะที่ต้องมีควบคู่กับ Kinesthesia เพราะการรับรู้ถึงน้ำหนักของข้อต่อและรยางค์จะช่วยให้ลูกวางแผนการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ส่งผลต่อลำดับและลักษณะการเขียน การเต้นประกอบเพลงหรือการเล่นเป่ายิ้งฉุบช่วยส่งเสริมความสามารถนี้ได้

9.Cognition

การสอนลูกเขียนหนังสือจำเป็นต้องอาศัยความคิดความเข้าใจในภาษา ซึ่งลูกจะค่อย ๆ พัฒนาทักษะส่วนนี้เมื่อเขาโตขึ้น การเรียนหนังสือ รวมทั้งการฝึกเขียน หรือการอ่าน จำเป็นต้องใช้การทำงานร่วมกันของสมองหลายด้าน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ส่งเสริมได้ด้วยการเล่นเกมจัดหมวดหมู่ หรือเล่นเกมที่ต้องใช้ความจำและสมาธิ

10.Psychosocial

อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการฝึกเขียนหนังสือของลูก คือสภาวะด้านอารมณ์และจิตใจ คุณพ่อคุณแม่ควรเข้าใจลูก เมื่อลูกมีปัญหา หรือแสดงท่าทีว่าไม่อยากฝึกเขียนหนังสือ และวิเคราะห์หาสาเหตุ รวมทั้งควรใจเย็น อดทน และให้กำลังใจลูก ไม่กดดันจนทำให้ลูกเกิดทัศนคติที่ไม่ดีต่อการฝึกเขียนหนังสือ

อย่าเร่งรีบในการสอนลูกเขียนหนังสือจนกลายเป็นการกดดัน อาจส่งผลให้ลูกไม่ชอบเขียนหนังสือไปเลยก็เป็นได้

สรุป

มีหลากหลายวิธีในการสอนลูกเขียนหนังสือ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรปรับตามพัฒนาการของลูกเป็นสำคัญ และไม่กดดันลูกจนเกินไป เด็ก ๆ มีช่วงเวลาในการเติบโตของเขา และการปล่อยให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยความเร็วกำลังพอเหมาะเป็นเรื่องดี เมื่อลูกโตพอที่จะไปโรงเรียน การเลือกโรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะรอบด้านของลูก และส่งเสริมศักยภาพที่โดดเด่นของลูกนับว่าเป็นตัวเลือกที่ดี โรงเรียนนานาชาติ PBISS เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ใส่ใจผู้เรียนเป็นหลัก 

โดยเริ่มปูพื้นฐานด้วยหลักสูตรปฐมวัยศึกษาอายุ 2-5 ขวบ (Early Years Foundation Stage: EYFS) เป็นหลักสูตรจากประเทศอังกฤษที่ได้การยอมรับจากหลายประเทศ ทั่วโลกที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้แบบรายบุคคลซึ่งหลักสูตรนี้มีความพิเศษ คือคุณครูผู้สอนจะสังเกตเด็กแต่ละคนว่ามีความถนัด ความชอบ ความสนใจอย่างไรให้เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคนอย่างถูกจุด เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะทั้ง 7 ด้านดังนี้

ทักษะพื้นฐาน 3 ด้านของหลักสูตร EYFS:

  •  การเข้าสังคม บุคลิกภาพ และอารมณ์
  •  การสื่อสารและภาษา
  •  พัฒนาการทางร่างกาย

ทักษะเฉพาะ 4 ด้านของหลักสูตร EYFS:

  •  การอ่านเขียน
  •  คณิตศาสตร์
  •  ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโลกใบนี้
  •  ศิลปะและการออกแบบ

โรงเรียนนานาชาติ PBISS เน้นการเรียนการสอนเชิงปฏิสัมพันธ์ และการเรียนผ่านการเล่น (Play-based learning) ในสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร ส่งเสริมความหลากหลายและมุ่งเน้นพัฒนาทักษะที่จำเป็นในอนาคต ดังนั้นโรงเรียนนานาชาติ PBISS จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเด็กเล็กช่วงอายุ 2-5 ปี ด้วยหลักสูตรที่เสริมสร้างพัฒนาการและตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียน เพื่อให้เด็กเล็กในวัยนี้ก้าวเข้าสู่วัยประถมได้อย่างราบรื่นและมั่นใจ

Read in:ENTH
10 วิธีสอนลูกเขียนหนังสือ เสริมพัฒนาการ และกล้ามเนื้อมัดเล็ก | PBISS