6 ขั้นตอนเริ่มต้นสอนลูกอ่านหนังสือ เตรียมความพร้อมสู่โรงเรียน
การเตรียมความพร้อมให้ลูกไปโรงเรียนเริ่มต้นด้วยการอ่านหนังสือ การสอนให้ลูกอ่านหนังสือไม่ได้จำกัดอยู่แค่หนังสือเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายรวมถึงการฝึกทักษะการคิดและจินตนาการ เพราะเป็นการช่วยพัฒนาทักษะด้านสติปัญญา ทำให้ลูกเรียนบทเรียนเข้าใจง่ายขึ้น เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกน้อยมีความพร้อมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่ลูกจะเริ่มไปโรงเรียน ซึ่งวิธีสอนลูกอ่านหนังสือสามารถเริ่มได้เองที่บ้าน และคุณพ่อคุณแม่สามารถสอนลูกทักษะพื้นฐาน หรือทักษะการพูดภาษาอังกฤษง่าย ๆ ให้ลูกเองได้ด้วย 6 วิธีการ ในบทความนี้ โรงเรียนนานาชาติ PBISS ได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ไว้ ดังนี้

เริ่มต้นอ่านหนังสือ ควรเริ่มในช่วงวัยไหนดี
วัยเริ่มต้นอ่านหนังสือเริ่มเมื่อไรกันนะ ? เราได้รวบรวมช่วงอายุและพัฒนาการด้านการอ่านโดยประมาณไว้ให้แล้ว มาดูกันว่าเด็กช่วงอายุเท่าไร เรียนรู้อะไรได้ เพื่อที่คุณพ่อคุณแม่จะได้สอนลูกอ่านหนังสือได้สอดคล้องกับช่วงพัฒนาการ
1.ช่วงอายุ 0-12 เดือน
ชอบดูสีสันต่าง ๆ บนหนังสือภาพ อาจเอื้อมมือไปจับ หรือสัมผัสภาพ หากเด็กมีความสนใจ
2.ช่วงอายุ 1-2 ปี
เข้าใจหนังสือภาพมากขึ้น หากมีความสนใจในรูปภาพต่าง ๆ เด็กในช่วงอายุนี้สามารถชี้บอกชื่อสิ่งของที่คุ้นตาได้เป็นอย่างดี
3.ช่วงอายุ 2-3 ปี
- จำและระบุชื่อพยัญชนะบางตัวได้ เช่น การจำตัวอักษรไทยเป็นสัตว์ต่าง ๆ
- จำชื่อตัวเองในหน้ากระดาษได้
- เริ่มมีความสนใจในการอ่านหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือภาพสี
4.อายุ 4-5 ปี
- ระบุพยัญชนะได้เกือบทุกตัว ทั้งตัวพิมพ์เล็กและตัวพิมพ์ใหญ่
- จำคำที่เห็นบ่อย ๆ ได้เป็นอย่างดี
- เข้าใจวิธีการอ่าน (จากซ้ายไปขวา และจากบนลงล่าง) เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ทั้งหมดนี้เป็นเพียงพัฒนาการคร่าว ๆ ที่เด็กก่อนวัยเรียนทำได้ เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการที่ไม่เท่ากัน คุณพ่อคุณแม่จึงควรยืดหยุ่นตามทักษะของลูก และไม่ควรเร่งรัดบังคับลูกจนมากเกินไป ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้ลูกไม่ชอบการอ่านหนังสือได้

เริ่มต้นสอนลูกอ่านหนังสือ ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ
วิธีสอนลูกอ่านหนังสือง่าย ๆ 6 ขั้นตอน ที่คุณพ่อคุณแม่เริ่มทำได้เองที่บ้าน มีดังนี้
1. เลือกหนังสือที่เหมาะกับลูก
เพราะแต่ละช่วงวัยมีความต้องการและความสนใจที่แตกต่างกัน คุณพ่อคุณแม่จึงควรเลือกหนังสือให้เหมาะกับช่วงวัยและความสนใจของลูก เพราะจะทำให้ลูกเกิดความสนใจในการอยากอ่าน อยากเรียนรู้ โดยช่วงแรกควรเลือกหนังสือง่าย ๆ มีเรื่องราวที่ไม่ซับซ้อน น่าติดตามและสนุก กระตุ้นความคิด และมีภาพประกอบช่วยในเรื่องของการกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น ทำให้ลูกอยากติดตามเนื้อเรื่องต่อจนอ่านหนังสือจบ
2.อ่านหนังสือเล่มเดิมซ้ำหลายครั้ง
ในช่วงแรกของการสอนลูกอ่านหนังสือ คุณพ่อคุณแม่อาจพบว่าลูกยังไม่ได้เข้าใจเนื้อหาของหนังสือทั้งหมดในครั้งแรก แต่นั่นไม่เป็นไร คุณพ่อคุณแม่ใช้โอกาสนี้ในการพาลูกอ่านหนังสือเล่มเดิมซ้ำหลาย ๆ ครั้ง เพื่อฝึกทักษะการอ่านและการใช้ภาษา ลูกจะเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกในเนื้อหา หรือของตัวละครในหนังสือได้มากขึ้น และสร้างความคุ้นเคยกับการใช้ภาษาของหนังสือเล่มนั้น ๆ ทำให้ลูกมีทักษะการใช้ภาษาที่ดี
3.ชวนกันอ่านหนังสือ
เพราะคุณพ่อคุณแม่เป็นตัวอย่างของลูก เด็กเล็กมักจะเรียนรู้ผ่านการลอกเลียนแบบพฤติกรรม หากลูกเห็นว่าคุณพ่อคุณแม่ชอบอ่านหนังสือ ก็จะกระตุ้นให้เขาอยากรู้อยากอ่านตามไปด้วย คุณพ่อคุณแม่ใช้โอกาสนี้ในการอ่านหนังสือกับลูก ชี้ภาพประกอบในเล่ม ชวนคุยและตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวละครในเนื้อเรื่อง ก็จะเป็นการสร้างเสริมนิสัยรักการอ่านและช่วยฝึกทักษะการอ่านหนังสือให้ลูก
4. สอนวิธีออกเสียง
อีกหนึ่งวิธีสอนลูกอ่านหนังสือเป็นการสอนด้วยวิธีอ่านออกเสียง ว่าคำนั้น ๆ ออกเสียงอย่างไร มีความหมายอย่างไร การสอนลูกสะกดคำจะทำให้ลูกอ่านหนังสือได้คล่องขึ้น และจำวิธีออกเสียงได้อย่างแม่นยำ เพิ่มความเร็วในการอ่านหนังสือและพัฒนาการใช้ทักษะภาษาทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน
5.สอนให้ลูกต่อยอดทางความคิด
การอ่านหนังสือไม่ใช่แค่การอ่านเฉย ๆ แต่เป็นการฝึกความคิด ซึ่งมีส่วนช่วยในการเพิ่ม IQ และ EQ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรตั้งคำถามระหว่างการอ่านหนังสือกับลูก ให้โอกาสลูกแสดงความคิดเห็นอยู่เสมอ เช่น ขณะอ่านนิทานภาพอาจจะให้ลูกนับจำนวนขาของสัตว์ หรือถามว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้ ตัวละครนี้เป็นเพื่อนกับใคร เป็นต้น แต่ไม่ควรทำมากเกินไปจนลูกรู้สึกเบื่อหน่าย
6.เอาใจใส่ลูกอยู่เสมอ
การอ่านหนังสือต้องทำทุกวัน โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ถูกดึงดูดความสนใจได้ง่าย การสร้างนิสัยรักการอ่านและฝึกทักษะการอ่านหนังสือต้องใช้เวลา คุณพ่อคุณแม่อาจใช้เวลาวันละ 1 ชั่วโมงในการอ่านหนังสือกับลูก หรืออ่านหนังสือก่อนนอนเพื่อสร้างนิสัยรักการอ่าน การพัฒนาทักษะอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ทักษะพื้นฐานของลูกแข็งแรง และต่อยอดได้ง่ายขึ้นเมื่อไปโรงเรียน
สรุป
วิธีสอนลูกอ่านหนังสือมีหลายวิธี แต่ไม่ว่าวิธีไหนก็ต้องใช้ความสม่ำเสมอและระยะเวลา ลูกจึงจะมีทักษะการอ่านหนังสือที่ดี ซึ่งจะช่วยต่อยอดให้ลูกรักในการเรียนรู้ ซึ่งมีผลต่อพัฒนาการของวัยเด็ก แต่อย่างไรก็ตามคุณพ่อคุณแม่ควรเพิ่มทักษะทางด้านภาษาอังกฤษให้กับลูกด้วย โรงเรียนนานาชาติ PBISS เข้าใจถึงความสำคัญของการอ่านหนังสือ และทักษะในการใช้ภาษาที่เป็นหลักพื้นฐานในการต่อยอดทักษะอื่น ๆ จึงเลือกใช้หลักสูตร EYFS (Early Years Foundation Stage) สำหรับผู้เรียนระดับปฐมวัย (อายุ 2-5 ปี) ซึ่งเป็นหลักสูตรจากประเทศอังกฤษที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ จุดเด่นของหลักสูตร EYFS คือผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในการออกแบบการเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะทั้ง 7 ด้าน ได้แก่ทักษะพื้นฐาน 3 ทักษะ (การเข้าสังคม บุคลิกภาพ และอารมณ์, การสื่อสารและภาษา, พัฒนาการทางร่างกาย) และทักษะเฉพาะด้าน 4 ทักษะ (การอ่านเขียน, คณิตศาสตร์, ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโลก, ศิลปะและการออกแบบ) นอกจากนี้ โรงเรียนนานาชาติ PBISS ยังเน้นการเรียนการสอนเชิงปฏิบัติ และการเรียนผ่านการเล่น (play-based learning) ในสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร ส่งเสริมพัฒนาการของผู้เรียนได้อย่างรอบด้านและครอบคลุม


