3 วิธีแก้ปัญหาหากมีลูกติดโทรศัพท์ ไอแพด คอมพิวเตอร์

วิธีแก้ปัญหาหากมีลูกติดโทรศัพท์ ไอแพด คอมพิวเตอร์

วิธีแก้ปัญหาหากมีลูกติดโทรศัพท์ ไอแพด คอมพิวเตอร์

3 วิธีแก้ปัญหาหากมีลูกติดโทรศัพท์ ไอแพด คอมพิวเตอร์

ในยุคปัจจุบันนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทคโนโลยีเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต ซึ่งในทุกวันนี้เราใช้ชีวิตผูกติดเข้ากับเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

สำหรับเด็ก ๆ ที่เกิดในช่วงปีตั้งแต่ 2010 เป็นต้นมา เด็กช่วงอายุดังกล่าวเป็นเด็กเจนเนอร์เรชั่นอัลฟา (Gen Alpha) ซึ่งเติบโตมากับเทคโนโลยีและคุ้นชินอยู่แล้วตั้งแต่เกิด ดังนั้นเด็กที่เกิดในช่วงปีดังกล่าว จะมีความสามารถในปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของเทคโนโลยี แต่ถึงอย่างนั้น อีกจุดหนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ผลกระทบของเทคโนโลยีที่มีต่อพัฒนาการของเด็ก ๆ อย่างโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และไอแพด เป็นตัวอย่างของอุปกรณ์เทคโนโลยีที่เด็ก ๆ มักจะหัดใช้ตั้งแต่เล็ก จึงลดช่วงเวลาเล่นของเล่นที่ส่งเสริมพัฒนาการต่าง ๆ และการเพิ่มโอกาสติดโทรศัพท์มือถือมากยิ่งขึ้น ซึ่งโทรศัพท์มือถือจะดึงความสนใจของเด็กและทำให้เขานิ่งได้ แต่ถึงอย่างนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรวางใจในเทคโนโลยีเหล่านี้ และควรหมั่นสังเกตว่าลูกมีอาการติดโทรศัพท์มากเกินไปหรือไม่

ทำอย่างไรเมื่อลูกติดมือถือ

สัญญาณว่า ลูกติดโทรศัพท์ ไอแพด

อาการติดโทรศัพท์ไม่ได้มีช่วงอายุที่ระบุชัดเจน แต่มักจะเห็นชัดในช่วงอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป หรือช่วงก่อนเข้าวัยรุ่น แต่ในบางครั้งหากเด็กเล่นโทรศัพท์ตั้งแต่อายุยังน้อย (เช่น 4-6 ขวบ) ก็อาจทำให้ติดโทรศัพท์ได้เช่นกัน โดยเมื่อลูกติดโทรศัพท์ หรือไอแพด ลูกอาจแสดงอาการหรือพฤติกรรม ดังต่อไปนี้

1. ไม่สนใจหรือเลิกทำกิจกรรมที่เคยชอบ และหมกมุ่นอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์

งานอดิเรกที่เคยชอบอาจถูกเพิกเฉย เมื่อลูกสนใจกับการเล่นโทรศัพท์มือถือมากกว่า หรือเมื่อได้ทำกิจกรรมที่เคยชอบอาจไม่ค่อยมีสมาธิ กระสับกระส่าย และอยากจะหยิบจับโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบ่อย ๆ

2. หงุดหงิด โมโห เจ้าอารมณ์ รุนแรงมากขึ้นกว่าปกติ 

เนื่องจากการติดโทรศัพท์มือถือจะทำให้เด็กเสี่ยงที่จะมีอาการสมาธิสั้น และส่งผลต่อการควบคุมอารมณ์ ดังนั้นเมื่อโกรธ หรือไม่ได้ดั่งใจ บางครั้งเด็กที่ติดโทรศัพท์อาจโมโหร้ายกว่าปกติได้

3.ควบคุมเวลาในการเล่นโทรศัพท์มือถือของตนเองไม่ได้

เมื่อลูกติดโทรศัพท์ ลูกมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต และมักจะหมกตัวอยู่เพียงลำพังกับหน้าจอโทรศัพท์

4.ละเลยหน้าที่หรือความรับผิดชอบ

การติดโทรศัพท์มือถือทำให้ลูกเพิกเฉยต่อหน้าที่ที่ตนควรทำ และให้ความสำคัญกับการเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นอันดับแรก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเรียน การเข้าสังคม หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัว เป็นต้น

5. มีอาการกระสับกระส่าย เมื่อไม่ได้เล่นโทรศัพท์มือถือ

เมื่อไม่ได้เล่นโทรศัพท์มือถือ ลูกอาจแสดงอาการขาดโทรศัพท์ เช่น หงุดหงิด กระสับกระส่าย หรือกังวล

ทั้งหมดนี้ เป็น 5 ข้อ สัญญาณเบื้องต้น ที่อาจบอกว่าลูกติดโทรศัพท์มือถือ บางครั้งลูกอาจแสดงอาการด้านอื่น ๆ ออกมา เช่น ตาล้า ตาแห้ง หรือนอนหลับไม่สนิท อาการของการติดโทรศัพท์มือถือจะแตกต่างออกไปในแต่ละบุคคล แต่จะมีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง การจำกัดเวลาการใช้ หรือการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือของเด็กจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น

วิธีแก้ปัญหาเมื่อลูกติดมือถือ

วิธีการแก้ปัญหา ให้เด็กติดโทรศัพท์น้อยลง

ทำอย่างไรดี เมื่อลูกติดโทรศัพท์มือถือ? ในบทความนี้เราได้เตรียม 3 วิธีการในการแก้ปัญหา พร้อมคำแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ไว้แล้ว

1. กำหนดเวลาเล่นโทรศัพท์มือถือ

การกำหนดเวลาเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยลดอาการติดโทรศัพท์ของลูก โดยลดระยะเวลาที่เด็กอยู่กับหน้าจอ และสร้างนิสัยในการทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเป็นเวลา ลูกจะเรียนรู้ว่าควรแบ่งเวลาจากหน้าจอโทรศัพท์ไปทำกิจกรรมอื่น ๆ และสร้างระยะห่างจากเทคโนโลยี ทำให้ลูกมีพื้นที่ที่จะพัฒนาทักษะของเขาผ่านการเล่น หรือการเรียน โดยไม่ได้จำกัดเพียงแค่กรอบของหน้าจอโทรศัพท์มือถือเพียงอย่างเดียว

2.สร้างกิจกรรมทดแทน ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ในครอบครัว

หลาย ๆ ครั้ง ที่ลูกติดโทรศัพท์มือถือเนื่องจากคุณพ่อคุณแม่ไม่มีเวลามากเพียงพอ หรืออาจงานยุ่งเกินกว่าจะเล่นด้วย ทำให้ลูกต้องใช้เวลาคนเดียวไปกับการเล่นเกม หรือการดูการ์ตูนผ่านโทรศัพท์มือถือ จึงทำให้เขาเสพติดการใช้โทรศัพท์ คุณพ่อคุณแม่ควรลดระยะเวลาการใช้โทรศัพท์ของลูก และสร้างกิจกรรมทดแทนที่ทำร่วมกันเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว เช่น การเล่นบทบาทสมมติ การดูภาพยนตร์ การทำอาหารด้วยกัน เป็นต้น เพื่อดึงความสนใจของลูกออกจากโทรศัพท์มือถือ

3.ไม่เก็บโทรศัพท์ไว้ในห้องนอน

การมีโทรศัพท์มือถือในห้องนอนจะสร้างโอกาสให้ลูกได้เล่นโทรศัพท์ก่อนนอน และส่งผลต่อนิสัยการนอนในระยะยาว ห้องนอนควรเป็นเขตปลอดโทรศัพท์มือถือ และมีบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สงบ ทำให้ลูกรู้สึกอยากนอนพักผ่อน โดยหากลูกยังไม่ชินกับการงดเล่นโทรศัพท์ในห้องนอน คุณพ่อคุณแม่อาจทำการหากิจกรรมอื่น ๆ มาทดแทนได้ เช่น การอ่านหนังสือด้วยกันก่อนนอน เป็นต้น

อาการติดโทรศัพท์ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกที่ติดโทรศัพท์มือถือเองก็เช่นกัน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรใจเย็น ค่อยเป็นค่อยไป การหักดิบงดเล่นโทรศัพท์มือถืออาจไม่เป็นผลดี เพราะเด็กบางคนอาจแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวและโมโหร้าย เนื่องจากขาดโทรศัพท์ไม่ได้ การค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมจึงต้องใช้เวลาและความอดทน แต่เป็นทางที่นุ่มนวลและดีกว่า

สรุป

ปัญหาลูกติดโทรศัพท์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีอิทธิพลในการดำเนินชีวิตมาก โทรศัพท์มือถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์จำเป็นที่ขาดไม่ได้ในตอนนี้ การเลี้ยงลูกด้วยโทรศัพท์จึงอาจเป็นสิ่งที่ง่ายและสะดวก แต่ส่งผลระยะยาวทั้งต่อร่างกายและจิตใจของลูก การหากิจกรรมอื่น ๆ ทดแทนจึงเป็นเรื่องจำเป็นในการกระตุ้นทักษะและพัฒนาการที่สมวัย และลดโอกาสที่เด็กจะติดโทรศัพท์ โรงเรียนนานาชาติ PBISS เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเรียนผ่านการเล่น (play-based learning) จึงออกแบบสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรและปลอดภัยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง รวมทั้งจัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ที่เอื้อต่อการส่งเสริมทักษะที่หลากหลายของผู้เรียน ด้วยการผสานหลักสูตรระดับนานาชาติอย่าง Cambridge International Standard กับหลักสูตร STEM+ โรงเรียนนานาชาติ PBISS มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างรอบด้าน โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และผลักดันให้ผู้เรียนมีพัฒนาการอย่างสมวัยทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา

Read in:ENTH
3 วิธีแก้ปัญหาหากมีลูกติดโทรศัพท์ ไอแพด คอมพิวเตอร์ | PBISS