7 เคล็ดลับให้ลูกตัวสูง ต้องทำอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ
คุณพ่อคุณแม่ย่อมอยากให้ลูกตัวสูง เพราะการตัวสูงนั้นมีข้อดีพ่วงหลายอย่าง เช่น ความสูงช่วยลดโอกาสที่จะทำให้น้ำหนักเกิน หรือมีค่า BMI มากกว่าช่วงมาตรฐาน ความสูงช่วยทำให้ลูกมั่นใจในตัวเอง เสี่ยงที่จะถูกรังแก หรือกีดกันเพราะความสูงน้อยลง รวมทั้งความสูงยังเกี่ยวกับความสวยงามและเพิ่มโอกาสในบางสายงาน แม้ว่าความสูงจะเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์ แต่ยังมีเคล็ดลับช่วยเพิ่มความสูงของลูกได้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหาร และการดูแลสุขภาพ คุณพ่อคุณแม่อาจสงสัยว่าทำอย่างไรให้ลูกตัวสูง บทความนี้เราได้เตรียมคำตอบเอาไว้ให้แล้ว
ช่วงเวลาในการช่วยลูกเพิ่มความสูง
ช่วงเวลาที่ความสูงจะเพิ่มมากที่สุดคือช่วง growth spurt ซึ่งจะเป็นช่วงที่กรรมพันธุ์มีบทบาทมากในการกำหนดความสูงของเด็กว่าเด็กจะสูงสุดได้เท่าไร แต่ถึงอย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถช่วยลูกเพิ่มความสูงได้ในช่วงอายุอื่น ๆ ดังนี้
1.วัยแบเบาะ
การดื่มนมที่มีคุณประโยชน์ครบถ้วนและได้รับสารอาหารที่มากเพียงพอ จะทำให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรง ช่วยส่งเสริมพัฒนาการและความสูงได้เป็นอย่างดี
2.วัยเด็ก
ในช่วงวัยนี้การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อน นอนหลับ และการออกกำลังกายที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มความสูงได้ ซึ่งช่วงนี้มักจะเป็นช่วงที่เริ่มมี growth spurt
3.วัยรุ่น
เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการเพิ่มความสูง เนื่องจาก growth spurt จะเห็นชัดที่สุดในช่วงวัยนี้ เพศหญิงมักจะพบช่วงอายุ 11-14 ปี โดยความสูงจะเพิ่มมากที่สุดก่อนมีประจำเดือน และจะเพิ่มน้อยลงเมื่อมีประจำเดือน ขณะที่เพศชายจะสูงขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงอายุ 15-17 ปี ดังนั้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การดื่มนม นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ และการเล่นกีฬาที่มีแรงกระทำต่อกระดูก เช่น บาสเก็ตบอล จะช่วยเพิ่มความสูงให้ลูกได้ดี ความสูงของเพศหญิงจะเพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วงอายุ 16-17 ปีก่อนจะหยุดสูง ขณะที่เพศชายจะอยู่ในช่วงอายุ 18-20 ปี

7 เคล็ดลับช่วยให้ลูกตัวสูง เพิ่มความสูงให้ลูกได้
หลังจากที่เรารู้แล้วว่าความสูงของเด็กจะได้รับการพัฒนาในช่วงไหนมากที่สุด ตอนนี้ก็ถึงเวลาของเคล็ดลับทำอย่างไรให้ลูกสูงขึ้น
1.สารอาหาร
การได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์มากเพียงพอ มีความหลากหลาย จะช่วยเพิ่มความสูงของลูกได้ โดยสารอาหารที่สำคัญ เช่น โปรตีน แคลเซียม วิตามิน D และแร่ธาตุอื่น ๆ ที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็ก นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ยังควรสนับสนุนให้ลูกรับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืชอีกด้วย
2. ออกกำลังกายเป็นประจำ
การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง กีฬาบางชนิด เช่น ว่ายน้ำ บาสเก็ตบอล หรือกิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ จะช่วยกระตุ้นการหลั่งของ growth hormone ซึ่งมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย
3.นอนหลับให้เพียงพอ
การนอนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกสูง เพราะขณะหลับ ร่างกายจะหลั่ง growth hormone ออกมา โดยการสร้างนิสัยนอนเป็นเวลาจะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกายและการเพิ่มความสูงได้ดี
4. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ขณะตั้งครรภ์
พัฒนาการของเด็กนั้นมีปัจจัยหลายอย่างเกี่ยวข้อง แม้กระทั่งสภาพแวดล้อมขณะที่คุณแม่กำลังตั้งครรภ์เองก็เช่นกัน การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ ขณะตั้งครรภ์อาจนำไปสู่ผลข้างเคียงขณะคลอด เช่น ลูกมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของลูกได้
5.จำกัดความเครียด
เพราะความเครียดเป็นหนึ่งในตัวการที่ชะลอการเจริญเติบโตของเด็ก การมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ปราศจากความเครียดจะทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี และส่งผลต่อการเพิ่มความสูงในระยะยาว
6. ตรวจร่างกายเป็นประจำ
การตรวจร่างกายกับกุมารแพทย์เป็นประจำมีข้อดีคือ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ได้รู้การเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกอย่างต่อเนื่อง และหากพบปัญหาสุขภาพใดก็จะรักษาได้ทันท่วงที
7.หลีกเลี่ยงปัจจัยที่จะชะลอการเจริญเติบโต
หลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกพบเจอกับปัจจัยแวดล้อมที่ชะลอการเจริญเติบโต เช่น สารพิษจำพวกโลหะหนัก ตะกั่ว หรือสารพิษบางชนิด เป็นต้น

สรุป
การช่วยเพิ่มความสูงของลูกนั้นต้องใช้ระยะเวลาและความสม่ำเสมอ เนื่องจากมีปัจจัยหลายด้านที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก ทั้งอาหาร สภาพแวดล้อม การนอนหลับ และความเครียด คุณพ่อคุณแม่จึงอาจกังวลว่าจะทำอย่างไรให้ลูกสูงได้บ้าง แต่ถึงอย่างนั้นกรรมพันธุ์ก็ยังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดเพดานความสูงมากที่สุดที่ลูกจะสูงได้ การสนับสนุนปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ โรงเรียนนานาชาติ PBISS เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เอื้อให้ผู้เรียนได้เรียนผ่านการปฏิบัติจริง จึงได้ผสานหลักสูตรระดับนานาชาติอย่าง Cambridge International Standard เข้ากับ STEM+ เพื่อออกแบบการเรียนการสอนที่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างครอบคลุมและตรงจุด ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย รวมทั้งหลักสูตรที่ใส่ใจกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละบุคคล คุณพ่อคุณแม่จึงมั่นใจได้ว่า โรงเรียนนานาชาติ PBISS เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด โดยเฉพาะด้านสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะของตนเองอย่างรอบด้านจนถึงขีดสุด


