เด็กหลายคนอาจมีการแสดงออกว่าไม่อยากไปโรงเรียน หรือไม่มีความสุขเมื่อไปโรงเรียน โดยอาจมีหลายสาเหตุหรือหลายปัจจัย แต่หนึ่งในเหตุผลที่เด็กไม่อยากไปโรงเรียนมักจะเป็นเรื่องเพื่อน เมื่อเด็กเริ่มเข้าสู่วัยเรียน ปัญหาเข้ากับเพื่อนที่โรงเรียนไม่ได้นับว่าเป็นหนึ่งในปัญหาที่สำคัญ เพราะจะส่งผลต่อชีวิตของเด็กที่โรงเรียนในระยะยาวได้
ดังนั้นเมื่อคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกไม่มีเพื่อน การเข้าใจลูกและช่วยเหลือจึงเป็นเรื่องจำเป็น การหาสาเหตุของปัญหาจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยเหลือลูกได้อย่างเหมาะสม เราได้รวบรวม 7 วิธีแก้ปัญหาเมื่อลูกเข้ากับเพื่อนไม่ได้ ไว้สำหรับคุณพ่อคุณแม่แล้ว ในบทความนี้

ปัญหาของคุณลูก คุณพ่อคุณแม่ช่วยได้อย่างไร
สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ การหาต้นตอของปัญหาให้เจอ คุณพ่อคุณแม่จะต้องเข้าใจเหตุผลว่าทำไมลูกถึงเข้ากับเพื่อนที่โรงเรียนไม่ได้ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะลูกเป็นเด็กขี้อาย มีความกังวลเกี่ยวกับการเข้าสังคม หรือมีปัญหาอื่น ๆ ที่โรงเรียน เมื่อคุณพ่อคุณแม่เข้าใจเหตุผลของลูกแล้ว ก็สามารถนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อช่วยเหลือลูกได้
1. พูดคุยอย่างตรงไปตรงมา
การพูดคุยกับลูกอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับความรู้สึกและประสบการณ์ที่โรงเรียนจะช่วยให้ลูกเปิดใจมากยิ่งขึ้น มีการแสดงความรู้สึกอารมณ์โดยไม่ปิดบัง และช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจความรู้สึกของลูกได้มากขึ้น
2. สนับสนุนลูก
การที่คุณพ่อคุณแม่แสดงออกว่าสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้ลูก จะทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและปรับตัวได้ง่ายยิ่งขึ้น และทำให้ลูกมีความรู้สึกสบายใจในการเล่าปัญหาหรือความรู้สึกให้คุณพ่อคุณแม่ฟังได้อีกด้วย
3.สร้างความมั่นใจให้ลูก
เมื่อไปโรงเรียน บางครั้งเด็กอาจรู้สึกไม่มั่นใจในตนเองและเกิดการเปรียบเทียบระหว่างเพื่อนกับตนเอง ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรสร้างความมั่นใจให้กับลูก โดยการชื่นชมและสนับสนุนลักษณะนิสัยที่ดี รวมถึงความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ลูกทำ

4.ฝึกทักษะการเข้าสังคม
บางครั้งคุณลูกอาจไม่เคยชินกับการเข้าสังคม ทักษะการฟัง หรือการชวนคุย การแบ่งปันจึงเป็นอุปสรรคในการเริ่มต้นมิตรภาพที่โรงเรียน ดังนั้นการเล่นบทบาทสมมติกับคุณพ่อคุณแม่จะช่วยฝึกทักษะเหล่านี้ให้ลูกได้
5.ฝึกเรียนรู้อารมณ์ผู้อื่น
การฝึกลูกให้สังเกตสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง จะช่วยให้ลูกเข้ากับเพื่อนที่โรงเรียนง่ายขึ้น เพราะลูกจะเข้าใจว่าเพื่อนรู้สึกอย่างไร และมีส่วนช่วยให้ลูกเข้าใจเพื่อนได้มากขึ้น
6.สนับสนุนให้ลูกทำกิจกรรมนอกชั้นเรียน
บางครั้งลูกอาจจะพบกับเพื่อนที่มีความสนใจคล้ายคลึงกัน จากการทำกิจกรรมนอกชั้นเรียน เช่น ดนตรี กีฬา หรือศิลปะ ซึ่งอาจจะช่วยให้ลูกพบปะเพื่อนที่เข้ากันได้ง่ายมากขึ้น
7. สอนให้ลูกรู้จักปรับตัว
เพื่อนไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป และเมื่อเราจะตัวคนเดียวบ้างในบางครั้งไม่ใช่เรื่องผิดปกติ การสอนให้ลูกรู้จักและรับมือกับความเหงา ความโดดเดี่ยว และอุปสรรค ก็นับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกเติบโต สามารถรู้จักรับมือกับสถานการณ์เหล่านั้นและเรียนรู้จากมัน

การช่วยเหลือลูก เมื่อลูกเกิดปัญหา
เมื่อลูกพบปัญหาในชีวิตประจำวัน คุณพ่อคุณแม่ควรมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ลูกก้าวข้ามผ่านอุปสรรคเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยเหลือลูกได้ด้วยวิธีดังนี้
1. รับฟังลูก
เมื่อลูกมีปัญหาบางครั้งพวกเขาต้องใครสักคนมารับฟัง การเล่าให้กับคุณพ่อคุณแม่ฟังเป็นสิ่งที่ดี ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จะต้องตั้งใจรับฟังและแสดงความเข้าใจ มีความเห็นอกเห็นใจลูก เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้ลูกวางใจและเป็นที่พึ่งให้กับลูกได้
2.ไม่บอกปัดความรู้สึกลูก
การย้ำกับลูกว่าความรู้สึกของเขาไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยนั้นเป็นเรื่องดี และคุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้ลูกตรงไปตรงมากับความรู้สึกของตนเอง ชอบก็บอกชอบ ไม่ชอบก็บอกว่าไม่ชอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เขาเป็นเด็กเก็บกด
3.สอนวิธีแก้ไขปัญหา
คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยแนะแนวทางการแก้ปัญหาได้ โดยการช่วยหาสาเหตุของปัญหา ช่วยกันคิดหาทางแก้ไข แนะแนวทางชั่งน้ำหนักระหว่างแต่ละวิธี และส่งเสริมให้ลูกตัดสินใจเลือกด้วยตนเอง
4.สอนการควบคุมอารมณ์
อารมณ์โกรธ หงุดหงิด หรือกังวล เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนมีความรู้สึกเหล่านั้น การสอนให้ลูกรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเองและสามารถควบคุมมันด้วยเทคนิคต่าง ๆ เช่น การหายใจเข้าลึก ๆ เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้ลูกแก้ไขปัญหาตรงหน้าได้ดีขึ้น
5. ชื่นชมความสำเร็จของลูก
การชมลูกแม้ในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น ทำการบ้านเสร็จด้วยตนเอง หรือการเก็บของเล่นหลังเล่นเสร็จแล้ว เป็นเรื่องดี และช่วยทำให้ลูกเป็นเด็กที่มีความมั่นใจในตนเองและกล้าที่จะเผชิญกับปัญหา
สรุป
การที่ลูกเข้ากับเพื่อนไม่ได้นับเป็นเรื่องปกติที่คุณพ่อคุณแม่จะเจอ แต่สิ่งสำคัญคือการหาสาเหตุของปัญหา และหาวิธีช่วยเหลือลูกอย่างเหมาะสม โดยสภาพแวดล้อมแรกที่ลูกพบเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยเรียนมีบทบาทสำคัญในการสร้างทัศนคติต่อการไปเรียน ดังนั้นการเลือกหาโรงเรียนที่มีสภาพแวดล้อมเป็นมิตร และส่งเสริมพัฒนาการของลูกจึงเป็นเรื่องสำคัญ คุณพ่อคุณแม่อาจพิจารณาให้ลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติ เช่น โรงเรียนนานาชาติ PBISS ที่เปิดรับนักเรียนตั้งแต่อายุ 2-18 ปี
ซึ่งหนึ่งในจุดแข็งของโรงเรียนนานาชาติ PBISS คือการผสานหลักสูตรระดับโลกอย่าง Cambridge และ STEM+ ที่มีจุดประสงค์สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อเด็ก และออกแบบโปรแกรมการเรียนการสอนโดยให้ความสำคัญกับผู้เรียนเป็นหลัก โรงเรียนนานาชาติ PBISS เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเด็กช่วงอายุ 2-5 ปี ด้วยการเรียนการสอนผ่านการเล่นหรือทำกิจกรรม (play based learning) ทำให้การเรียนไม่จำเจน่าเบื่อ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการมีปฏิสัมพันธ์ต่อเพื่อนในระดับชั้นเดียวกัน เด็กนักเรียนในช่วงอายุนี้จึงเรียนรู้ที่จะก้าวข้ามผ่านช่วงวัยของตนเองและเข้าสู่วัยประถมได้อย่างราบรื่น คุณพ่อคุณแม่จึงมั่นใจได้ว่า ลูกจะได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรและส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของเขาอย่างเต็มที่และถูกจุด


